TikTok Seller สมัครไม่ยาก! สอนทำทุกขั้นตอนบน TikTok Shop

tiktok seller

TikTok Seller จาก TikTok แอปฯสำหรับความบันเทิงแถวหน้าที่ได้กลายเป็นแพลตฟอร์ม E-commerce ยอดนิยมอย่างรวดเร็วผ่านฟีเจอร์ TikTok Shop ด้วยฐานผู้ใช้ที่แอคทีฟกว่าพันล้านคนทั่วโลกและคอนเทนต์รีวิวสินค้าที่ผู้ใช้สร้างกลายเป็นไวรัล ทำให้ TikTok Shop เปิดโอกาสให้กับผู้ขายสินค้าออนไลน์ยุคใหม่ และคุณกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้ หรือขยายธุรกิจออนไลน์ TikTok Shop คือพื้นที่ที่คุณไม่ควรมองข้าม

วันนี้ RGA ได้รวบรวมบทความนี้ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจมาสมัครเป็น TikTok Seller ได้เข้าใจภาพรวมและฟีเจอร์ของ TikTok Shop อย่างละเอียด ทั้งข้อดี รูปแบบการสร้างรายได้ ไปจนถึงขั้นตอนการสมัคร การตั้งค่า การจัดการร้านค้า การขนส่ง การคืนสินค้า รวมถึงเคล็ดลับในการเพิ่มยอดขาย และข้อควรระวัง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเริ่มต้นเส้นทางการเป็น TikTok Seller ได้อย่างมั่นใจและสามารถสร้างรายได้ระยะยาว

ยาวไป กดเลือกอ่านตรงนี้

  1. TikTok Seller โอกาสใหม่สำหรับธุรกิจออนไลน์
  2. บัญชี TikTok Shop มีกี่แบบ
  3. ทำไมธุรกิจออนไลน์ถึงต้องเพิ่ม TikTok Shop เป็นช่องทางขายหลัก
  4. ก่อนเริ่มทำ TikTok Shop ต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง
  5. 6 ขั้นตอนการสมัคร TikTok Seller ง่ายๆ
  6. การจัดการร้านค้าใน TikTok Shop Seller Center
  7. เคล็ดลับและวิธีเพิ่มยอดขาย TikTok Seller
  8. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขายบน TikTok Shop
  9. ข้อควรระวัง นโยบาย และกฎเกณฑ์ที่ต้องรู้
  10. แนวโน้ม และเทรนด์ในอนาคตของ TikTok Seller
  11. สรุป TikTok Seller สำหรับคนขายของออนไลน์ยุคใหม่

TikTok Seller คืออะไร? ทำไมเป็นโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจออนไลน์

จากเดิมที่เรารู้จักแอพฯ TikTok ในฐานะแหล่งรวมคอนเทนต์วิดีโอสั้นที่สร้างความบันเทิงและกระแสไวรัลต่างๆ จนแพลตฟอร์มนี้ได้กลายมาเป็น E-commerce อย่างเต็มตัวด้วยการเปิดตัว TikTok Shop ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่รวมเอาความบันเทิงเข้ากับการช้อปปิ้ง หรือก็คือ “Entertainment Commerce” ซึ่งทาง TikTok มีฐานผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก ทำให้กลายเป็นช่องทางใหม่สำหรับผู้ขายและแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย

TikTok Seller คือ ผู้ค้าหรือเจ้าของธุรกิจ ที่ใช้แพลตฟอร์ม TikTok ในการโปรโมทและขายสินค้าของตนเองโดยตรงผ่านฟีเจอร์ TikTok Shop ซึ่งเป็นระบบร้านค้าออนไลน์ภายในแอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งผู้ขายหรือ TikTok Seller จะต้องทำการสมัคร ยืนยันตัวตน สร้างร้านค้า และจัดการการขายผ่าน TikTok Shop Seller Center ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางในการบริหารจัดการออเดอร์และโปรโมชันต่างๆ นั่นเอง

บัญชี TikTok Shop มีกี่แบบ

บัญชี TikTok Shop ที่เปิดให้ผู้ขายสามารถสมัครเพื่อเปิดร้านค้าได้ จะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ตามประเภทการสร้างรายได้หลักๆ มีดังนี้

1. TikTok Shop Seller

TikTok Shop Seller คือประเภทบัญชีที่เป็น เจ้าของธุรกิจ/ร้านค้า ที่มีสินค้าเป็นของตัวเองและนำมาวางขายบนแพลตฟอร์ม TikTok Shop โดยตรงสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้จากฟีเจอร์การจัดการ และมีรายได้หลักมาจากกำไรการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มโดยตรง เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือร้านค้าที่มีสินค้าเป็นของตัวเอง

2. TikTok Shop Creator

TikTok Shop Creator คือประเภทบัญชีที่เป็น ผู้สร้างเนื้อหา (Content Creator) หรือ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ที่มีสิทธิ์นำสินค้าของร้านค้าอื่น Seller มาโปรโมทและขายผ่านช่องทางของตนเองเช่น ในวิดีโอสั้น หรือระหว่างไลฟ์สด โดยทำหน้าที่เป็นคนกลางหรือที่เรียกว่าการทำ Affiliate เงื่อนไขการสมัครคือ ต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คน และอายุ 18 ปีขึ้นไป (เงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ทำไมธุรกิจออนไลน์ถึงต้องเพิ่ม TikTok Shop เป็นช่องทางขายหลัก

ทุกวันนี้ธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือออนไลน์หลายแห่งกำลังหันมาเพิ่ม TikTok Shop เป็นช่องทางขายหลักมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลและข้อดีต่างๆ ที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้แตกต่างและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมาเหตุผลหลักๆ นั้นคือ

1. การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แบบ จำนวณมาก

TikTok มีผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย กลุ่มผู้ใช้งานไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่ม Gen Z อีกต่อไป แต่ขยายไปยัง Gen Y และ Gen X ด้วย การเข้าไปอยู่ใน TikTok Shop เท่ากับว่าธุรกิจของคุณมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่อาจไม่ได้ใช้งานแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบดั้งเดิม หรือมีพฤติกรรมการค้นหาสินค้าที่แตกต่างออกไปจากเมื่อก่อนมากแล้ว

2. เป็นช่องทางช้อปปิ้งที่สะดวกรวดเร็ว ในที่เดียว

ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหาดูวิดีโอหรือไลฟ์สดสินค้าที่สนใจ กดสั่งซื้อ และชำระเงินได้โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน ลดขั้นตอนความยุ่งยากในการเปลี่ยนแอปฯ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรา Conversion อย่างมากลูกค้าสามารถเลือกชมสินค้า สั่งซื้อ และชำระเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอป TikTok ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายนั่นเอง

3. การตลาดผ่านคอนเทนต์วิดีโอสั้นและไลฟ์สดที่ดึงดูดกว่า

วิดีโอสั้นและไลฟ์สดช่วยให้ธุรกิจแสดงความเป็นตัวตน สร้างความน่าเชื่อถือ และโต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ การสร้างคอนเทนต์ที่ตรงใจ ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และสามารถทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ในที่สุด

4. การสร้างแบรนด์และการมีส่วนร่วมกับลูกค้า

ด้วยการที่ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ธุรกิจสามารถนำเสนอสินค้าในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่การขายตรงๆ แต่เน้นไปที่การรีวิว เล่าเรื่อง ทดลองใช้ ทำชาเลนจ์ หรือสร้างคอนเทนต์ที่ให้คุณค่าหรือความบันเทิงก่อน ทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์และเปิดใจรับข้อมูลสินค้าได้ง่ายขึ้น

5. การแข่งขันและแนวโน้มของตลาด

คู่แข่งด้านธุรกิจจำนวนมากได้เข้ามาใน TikTok Shop แล้ว การที่คุณไม่เข้ามาร่วมอาจทำให้เสียโอกาสทางการตลาดและเสียลูกค้าให้กับคู่แข่ง นอกจากนี้ TikTok Shop ยังเป็นเทรนด์อีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอีกด้วย

เรียกได้ว่าเป็นการเข้าถึงโอกาสทางการตลาดในรูปแบบใหม่ที่เน้นการขายสินค้าผ่านคอนเทนต์ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับลูกค้า สร้างประสบการณ์การซื้อที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตของธุรกิจในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันสูงนั่นเอง

ก่อนเริ่มทำ TikTok Shop ต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง

การเตรียมความพร้อมเป็นส่วนที่สามารถช่วยให้การเริ่มต้นทำ TikTok Shop ทำได้อย่างรวดเร็ว ลดปัญหาจากขั้นตอนต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ลองมาดูกันว่ามีขั้นตอนการเตรียมตัวอะไรบ้าง

  • การตั้งค่าบัญชีผู้ขาย 
    1. ธุรกิจต้องจดทะเบียนในประเทศไทย (ถ้าเปิดในนามบริษัท)
    2. เตรียมเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หรือเอกสารจดทะเบียนบริษัท
    3. ข้อมูลบัญชีธนาคารและข้อมูลติดต่อที่ถูกต้อง เพื่อทำการสมัครและตั้งค่า Seller Center
    4. ต้องเป็นคนไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป
  • การเตรียมสินค้า
    1. เตรียมสต็อกสินค้าให้พร้อม และสร้างรายละเอียดสินค้า รูปภาพ/วิดีโอที่น่าสนใจ
    2. เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาด TikTok หรือมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
    3. ตรวจสอบว่าสินค้าของคุณ ไม่เป็นสินค้าต้องห้าม ตามนโยบายของ TikTok Shop (เช่น อาวุธ, ยาเสพติด, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, สินค้าอันตราย, อาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน ฯลฯ)
    4. มีคุณภาพดี สมราคา
  • การจัดการระบบหลังบ้าน
    1. วางแผนการรับออเดอร์ การแพ็คสินค้าอย่างรวดเร็วและปลอดภัย 
    2. ทำความเข้าใจขั้นตอนการจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งที่เชื่อมต่อกับ TikTok Shop
    3. เตรียมพร้อมในการจัดการปัญหาหลังการขาย เช่น การเคลมสินค้า การคืนเงิน
  • การสร้างคอนเทนต์และการตลาด
    1. ตั้งชื่อร้าน, คิดโลโก้ (ถ้ามี), สร้างตัวตนบน TikTok ที่น่าจดจำ
    2. คิดไอเดียในการทำวิดีโอสั้นและไลฟ์สดเพื่อโปรโมทสินค้าบน TikTok ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและเทรนด์
  • การจัดการเงินทุน
    1. คำนวณต้นทุนสินค้า ค่าใช้จ่ายต่างๆ และตั้งราคาขายให้เหมาะสม มีกำไร และแข่งขันได้
  • การเรียนรู้แพลตฟอร์ม
    1. ศึกษาคู่มือ กฎ ระเบียบ และฟีเจอร์ต่างๆ ใน TikTok Shop Seller Center เพื่อใช้งานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ

การเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และทำให้การเริ่มต้นทำ TikTok Shop ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

6 ขั้นตอนการสมัคร TikTok Seller ง่ายๆ

สำหรับใครที่กำลังอยากจะเปิดร้านขายของบน TikTok Shop แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้าง มีขั้นตอนยุ่งยากไหม? ไม่ต้องห่วงเลย เพราะการสมัครเป็น TikTok Seller นั้นง่ายกว่าที่คิดเยอะมากๆ ลองมาดูแค่ 6 ขั้นตอนสั้นๆ หน้าร้านก็พร้อมแล้วไม่ต้องมีอะไรซับซ้อน มาดูกันทีละสเต็ปเลยดีกว่าว่าต้องทำอะไรบ้าง

1. เข้าไปที่ลิงก์สมัคร TikTok Shop

TikTok Shop

ขั้นตอนแรกสุด คือ เข้าไปที่เว็บไซต์สำหรับผู้ขายของ TikTok Shop ตามลิงก์ที่ให้มา https://seller-th.tiktok.com/homepage ลิงก์นี้จะพาคุณเข้าไปสู่หน้าแรกของการสมัคร หน้าเว็บนี้จะมีปุ่มหรือตัวเลือกให้คุณเริ่มต้นกระบวนการสมัคร ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข้าถูกลิงก์เพื่อเริ่มได้อย่างถูกต้อง

2. ลงทะเบียนโดยใช้บัญชี TikTok หรือเบอร์โทรศัพท์

TikTok Shop sign up

เลือกวิธีการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ TikTok Seller โดยหากคุณใช้งาน TikTok อยู่แล้ว สามารถคลิกเพื่อเชื่อมต่อและใช้บัญชีเดิมของคุณในการลงทะเบียนเป็นผู้ขายได้เลย ข้อมูลบางส่วนอาจถูกดึงมาใช้โดยอัตโนมัติ 

หากยังไม่มีบัญชี TikTok หรือต้องการแยกบัญชีสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ คุณสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลเพื่อสร้างบัญชีใหม่สำหรับผู้ขายได้โดยตรง ในขั้นตอนนี้ ระบบอาจจะส่ง รหัสยืนยัน OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่คุณลงทะเบียน อย่าลืมตรวจสอบและกรอกรหัสที่ได้รับให้ถูกต้องเพื่อไปต่อขั้นตอนถัดไป

3. ยืนยันข้อมูลและเอกสาร

TikTok register

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก คือการ ยืนยันตัวตนและสถานะทางธุรกิจของคุณ เพื่อให้ TikTok Shop มั่นใจว่าคุณเป็นผู้ขายที่ถูกต้องตามกฎหมายและน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับแพลตฟอร์มและผู้ซื้อ คุณจะต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • กรอกข้อมูลส่วนตัว/ข้อมูลนิติบุคคล
    •  ระบุรายละเอียดสำคัญที่จำเป็น เช่น ชื่อ-นามสกุลจริง หรือชื่อบริษัท ที่อยู่ปัจจุบันหรือที่อยู่จดทะเบียน, เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้, และอีเมล
TikTok register
  • อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน/นิติบุคคล
    • สำหรับบุคคลธรรมดา คุณต้องอัปโหลด สำเนาบัตรประชาชน ที่ยังไม่หมดอายุ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปถ่ายเอกสารชัดเจน เห็นข้อมูลครบถ้วน ไม่เบลอ
    • สำหรับนิติบุคคล – คุณต้องใช้ เอกสารจดทะเบียนบริษัท เช่น หนังสือรับรองบริษัท หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบบร้องขอ เพื่อยืนยันการมีอยู่ของกิจการ ระบบจะใช้ข้อมูลและเอกสารเหล่านี้ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนของคุณ

4. กดยอมรับเงื่อนไขและเริ่มขาย

TikTok register

คุณจะต้อง อ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขการให้บริการและนโยบายต่างๆ ของ TikTok Shop อย่างละเอียด ซึ่งครอบคลุมเรื่องกฎระเบียบการขายบนแพลตฟอร์ม, สินค้าที่ห้ามขาย, วิธีการชำระเงิน, การจัดการคำสั่งซื้อ, การจัดส่ง, การคืนสินค้า และอื่นๆ

การอ่านและทำความเข้าใจนโยบายเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎ เมื่อคุณอ่านและยอมรับข้อกำหนดทั้งหมดแล้วก็ กดปุ่มยืนยันได้เลย เป็นการยืนยันว่าคุณพร้อมที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งค่าร้านค้าและการเพิ่มสินค้า

5. ตั้งค่าร้านค้าและข้อมูลติดต่อ

TikTok Shop dashboard

หากกรอกข้อมูลเสร็จสิ้นจะเข้ามายังหน้าต่างที่เป็น dashboard สำหรับจัดการและสร้างตัวตนของร้านค้าบน TikTok Shop ของคุณในมุมมองของลูกค้าและสำหรับการจัดการหลังบ้าน คุณจะต้องกรอกรายละเอียดสำคัญที่จะแสดงต่อลูกค้าและใช้สำหรับการจัดการร้าน

TikTok seller product management
  • ชื่อร้านค้า ตั้งชื่อร้านที่จดจำง่าย สะท้อนถึงสินค้าที่คุณขาย หรือสร้างแบรนด์ของคุณให้น่าสนใจ
  • ที่อยู่คลังสินค้า/ที่อยู่จัดส่ง ระบุตำแหน่งที่คุณใช้จัดเก็บสินค้าและเป็นจุดที่บริษัทขนส่งจะเข้ามารับสินค้า ข้อมูลนี้สำคัญสำหรับการคำนวณค่าขนส่งและการจัดการออเดอร์ให้เป็นไปอย่างราบรื่น
  • เบอร์โทรศัพท์/ช่องทางติดต่ออื่นๆ ใส่ข้อมูลติดต่อหลักที่ลูกค้าสามารถใช้ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการได้ รวมถึงข้อมูลที่ TikTok อาจใช้ติดต่อคุณในกรณีที่จำเป็น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจน

6. เพิ่มสินค้าและเผยแพร่

TikTok seller product management

ขั้นตอนสุดท้ายคือการ นำสินค้าที่คุณต้องการขายเข้ามาในระบบร้านค้า เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นและสั่งซื้อได้ คุณจะต้อง:

  • กรอกรายละเอียดสินค้าให้ครบถ้วน
    •  สร้างรายการสินค้าแต่ละชิ้นโดยใส่ข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อสินค้าที่ชัดเจน, เลือกหมวดหมู่สินค้าที่ถูกต้อง (เพื่อให้ลูกค้าค้นหาง่าย), เขียนคำอธิบายสินค้าที่ครบถ้วน น่าสนใจ และมีรายละเอียดที่ลูกค้าต้องการทราบ
  • อัปโหลดรูปภาพและวิดีโอ
    • ใส่รูปภาพสินค้าคุณภาพสูงจากหลากหลายมุมมอง และหากมีวิดีโอสั้นๆ ที่แสดงสินค้าหรือวิธีการใช้งาน จะช่วยดึงดูดความสนใจและเพิ่มโอกาสในการขายได้มาก
    • เมื่อกรอกข้อมูลสินค้าครบถ้วนสำหรับสินค้าแต่ละรายการแล้ว ให้ กดเผยแพร่ สินค้าแต่ละรายการ ระบบจะ ตรวจสอบ (Review) เนื้อหาและข้อมูลสินค้าที่คุณใส่เข้าไป (รูปภาพ, วิดีโอ, คำอธิบาย) 

เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามนโยบายและมาตรฐานของแพลตฟอร์ม ซึ่ง อาจใช้เวลาสูงสุดถึง 48 ชั่วโมง ในการตรวจสอบ หลังจากที่สินค้าของคุณผ่านการอนุมัติแล้ว สินค้าก็จะปรากฏในร้านค้าของคุณบน TikTok Shop และพร้อมให้ลูกค้าเห็นและสั่งซื้อได้ทันที คุณก็สามารถเริ่มขายสินค้าและจัดการออเดอร์แรกได้เลย

การจัดการร้านค้าใน TikTok Shop Seller Center

TikTok Shop Seller Center เป็นศูนย์กลางสำหรับผู้ขายในการจัดการร้านค้าบน TikTok Shop ทั้งหมดครับหรือก็คือหลังบ้านของร้านค้าของคุณบนแพลตฟอร์มนี้ การจัดการร้านค้าใน Seller Center รวมฟังก์ชั่นจัดการที่จำเป็นเอาไว้ทั้งหมด สำหรับเพื่อให้ลูกค้าจัดการธุรกิจให้ราบรื่นมากที่สุด โดยจะมีส่วนจัดการหลักๆ ดังนี้

1. การจัดการสินค้า (Product Management)

TikTok seller product management

เป็นส่วนจัดการที่มีฟังก์ชั่นสำหรับ อัปโหลดข้อมูลสินค้า (ชื่อ รายละเอียด ราคา สต็อก รูปภาพ วิดีโอ) เลือกหมวดหมู่ กำหนดคุณลักษณะ (สี ขนาด) ตั้งค่าน้ำหนักและขนาดสำหรับคำนวณค่าขนส่ง

  • จัดการคลังสินค้า (Inventory) ตรวจสอบและอัปเดตจำนวนสินค้าในสต็อก
  • จัดระเบียบสินค้า เพิ่มรายได้ของคุณด้วยการทำ Bundle สินค้า จัด โปรโมชั่นพิเศษ เป็นต้น
  • ดูสถานะสินค้า สินค้าที่เผยแพร่แล้ว กำลังตรวจสอบ ไม่ผ่านการตรวจสอบ หรือถูกปิด

2. การจัดการคำสั่งซื้อ (Order Management)

TikTok seller Order Management

เป็นส่วนสำหรับจัดการ และติดตามสถานะคำสั่งซื้อต่างๆ เช่น (รอการชำระเงิน รอการจัดส่ง กำลังจัดส่ง ส่งสำเร็จ สินค้าที่ยกเลิก) เป็นต้น รวมถึงการพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ (Shipping Label) และกดเรียกบริษัทขนส่งเข้ารับพัสดุ หรือนำไปส่งที่จุดบริการ

3. การจัดการการจัดส่ง (Shipping & Logistics)

TikTok seller Shipping & Logistics

สำหรับกำหนดเทมเพลตการจัดส่ง กำหนดค่าขนส่ง ดูความคืบหน้าของพัสดุที่ส่งออกไป หรือตรวจสอบคำสั่งซื้อและตั้งค่าการจัดส่งผ่านระบบ Seller Center เพื่อให้การจัดส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามกำหนด

4. การบริการลูกค้า (Customer Service)

TikTok Seller Center

ระบบแชท (Live Chat) ตอบคำถามและข้อความจากลูกค้าอย่างรวดเร็ว มีฟังก์ชั่นการจัดการบริการลูกค้าที่ครบถ้วนทั้งก่อนการขายและหลังการขาย อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าแชทอัตโนมัติ ได้อีกด้วย

5. การตลาดและโปรโมชั่น (Marketing & Promotion)

Seller Center Marketing & Promotion

ส่วนจัดการนี้จะประกอบไปด้วย การตั้งค่าโปรโมชั่น การจัดการแคมเปญ ส่วนโฆษณาร้านค้า และการลงทะเบียนเข้าร่วมแฟลชเซล หรือกิจกรรมหรือแคมเปญใหญ่ที่ TikTok จัดขึ้นเพื่อเพิ่มการมองเห็น รวมทั้งเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ เช่น TikTok Affiliate เพื่อให้นายหน้าช่วยโปรโมทสินค้าเป็นต้น

ทั้งนี้ฟิเจอร์หลักของ TikTok Shop Seller ยังไม่หมดเท่านี้คุณสามารถเข้าไปศึกษาต่อได้จะมีทั้ง การวิเคราะห์และรายงานดูข้อมูลการขาย, ยอดผู้เข้าชม, อัตราการแปลง, และตัวชี้วัดที่สำคัญอื่นๆ หรือตรวจสอบรายได้จากยอดขาย ดูข้อมูลการจ่ายเงินจาก TikTok เข้าบัญชีธนาคารของคุณ เพราะการเรียนรู้และใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ใน Seller Center ให้คล่องจะช่วยให้คุณจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เคล็ดลับและวิธีเพิ่มยอดขาย TikTok Seller

แค่เปิดร้านอาจยังไม่พอ ต้องมีการตั้งค่าและกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขายได้ด้วย การเพิ่มยอดขายบน TikTok Seller จะต้องอาศัยการร่วมกันระหว่างการสร้างคอนเทนต์ การใช้ฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ เรามาดูกันว่าวิธีไหนใช้ได้ผลบ้างในตอนนี้

1. จัดการหน้าร้านใน TikTok Shop ให้ดูน่าเชื่อถือ

การจัดการหน้าร้าน TikTok Shop ให้ดูน่าเชื่อถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความไว้วางใจแก่ลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อ เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านเขาจะประเมินความน่าเชื่อถือจากสิ่งแรกที่เห็น นี่คือองค์ประกอบหลักที่คุณควรให้ความสำคัญเพื่อให้หน้าร้านของคุณดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือในสายตาของลูกค้า

  • รูปโปรไฟล์และชื่อร้าน ใช้โลโก้หรือรูปภาพที่สื่อถึงแบรนด์ ชัดเจน จดจำง่าย พร้อมชื่อร้านที่ตรงไปตรงมา
  • รูปภาพสินค้า โชว์รูปสินค้าคุณภาพสูง คมชัด เห็นรายละเอียดและมุมต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน
  • รายละเอียดสินค้า เขียนคำอธิบายที่ครบถ้วน ชัดเจน เน้นประโยชน์และคุณสมบัติเด่นของสินค้า
  • รีวิวจากลูกค้า กระตุ้นและแสดงรีวิวจากลูกค้าจริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทางสังคม

การใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้หน้าร้านของคุณดูเป็นมืออาชีพ สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยและสบายใจในการเลือกซื้อสินค้าจากร้านของคุณ ซึ่งจะนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว

2. สร้างคอนเทนต์วิดีโอที่ดึงดูดและเข้าถึงง่าย (Content is King on TikTok!)

TikTok Seller ไม่ใช่แค่การสร้างแคตตาล็อกสินค้าและใส่รายละเอียด  คุณควรทำวิดีโอให้สนุก น่าสนใจ เล่าเรื่อง หรือให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ด้วยเช่น

  • แสดงสินค้าในบริบทจริง โชว์วิธีใช้สินค้า สินค้าแก้ปัญหาอะไรได้ หรือสินค้าทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไร (ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสินค้าเฉยๆ)
  • เลือกใช้เพลง เสียง หรือชาเลนจ์ที่กำลังฮิต แล้วนำมาปรับให้เข้ากับสินค้าและแบรนด์ของคุณ
  • ความยาวที่เหมาะสมมักจะอยู่ระหว่าง 15-60 วินาที แต่ถ้าเนื้อหาน่าสนใจจริงๆ อาจจะยาวกว่านั้นได้
  • ใส่ข้อความบนวิดีโอ หรือ subtitle เพื่อเพิ่ม engagement rate ได้
  • เลือกเวลาลงคลิปให้ตรงกับพฤติกรรมผู้ใช้งานจริง อ่านต่อที่บทความ ลงคลิป tiktok เวลาไหนดี? อัพเดทปี 2026
  • ตอบคอมเมนต์/คำถามเป็นวิดีโอ โดยการสร้างวิดีโอสั้นๆ เพื่อตอบคำถามที่พบบ่อยจากคอมเมนต์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า

ทั้งนี้คุณควรสร้างตัวตนและแบรนด์ให้โดดเด่น นำเสนอความเป็นตัวเอง ไม่ลอกเลียนแบบร้านอื่น สร้างความจดจำให้กับผู้ชมผ่านวิดีโอสั้นหรือไลฟ์สด อีกทั้งให้ชื่อร้าน โลโก้ และคำอธิบายชัดเจน น่าสนใจ

3. ใช้ฟีเจอร์ TikTok Shop อย่างเต็มที่

การศึกษาและใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ของ TikTok ก็เป็นส่วนสำคัญที่คุณต้องเรียนรู้ เพราะการสร้างแบรนด์นั้นไม่ง่าย การอาศัยเครื่องมือที่แพลตฟอร์มให้มา ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง และเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายได้อย่างแน่นอน

  • ปักหมุดสินค้า (Product Link) สำคัญที่สุดคือต้องแนบลิงก์สินค้าในวิดีโอและ Live ให้ลูกค้ากดสั่งซื้อได้ทันที
  • ตะกร้าสินค้า (Shopping Cart) ทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าในร้านของคุณได้ง่ายขึ้น
  • สร้างคูปองและโปรโมชั่น โดยการจัดโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ส่วนลดสำหรับผู้ติดตามใหม่, คูปองส่วนลด, Flash Sale เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
  • ไลฟ์สด (TikTok Live) การ Live คือช่องทางสร้างยอดขายที่ทรงพลังมากบน TikTok
    • สาธิตสินค้าแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ชมเห็นสินค้าจริงๆ และวิธีใช้
    • จัดโปรโมชั่นเฉพาะในไลฟ์ เสนอส่วนลดพิเศษ หรือของแถมสำหรับคนที่ซื้อในไลฟ์เท่านั้น
    • ปักหมุดสินค้าในไลฟ์ ทำให้ผู้ชมกดซื้อสินค้าที่กำลังพูดถึงได้ง่ายๆ
    • กำหนดเวลาไลฟ์ที่สม่ำเสมอ ให้ผู้ติดตามรู้ว่าคุณจะไลฟ์เมื่อไหร่
  • ระบบ Affiliate การเปิดรับ Affiliate ให้ครีเอเตอร์คนอื่นๆ ช่วยโปรโมทสินค้าของคุณ แลกกับค่าคอมมิชชั่น เป็นการขยายช่องทางการขายที่ดีมาก

สุดท้ายการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) เพื่อตรวจสอบข้อมูลใน Seller Center และบัญชี TikTok เพื่อดูว่าวิดีโอแบบไหนได้ยอดวิว/ยอดขายดี, สินค้าตัวไหนขายดี, กลุ่มเป้าหมายคือใคร เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ในร้านค้าต่อไป

4. สร้างการมีส่วนร่วมและสร้างฐานลูกค้า

มีการตอบคอมเมนต์และข้อความ ตอบกลับลูกค้าอย่างรวดเร็วและเป็นกันเอง และจัดกิจกรรม/ชาเลนจ์ ชวนผู้ติดตามร่วมสนุกกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณ และอื่นๆ เช่น

  • สร้างชุมชนพูดคุยกับผู้ติดตามเหมือนเพื่อน สร้างความรู้สึกเป็นกันเองและภักดีต่อแบรนด์
  • ทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ (Influencer Marketing) หาครีเอเตอร์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับคุณและมีอิทธิพล เพื่อให้พวกเขารีวิวหรือโปรโมทสินค้า
  • ตอบคอมเมนต์และมีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม สร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันกับลูกค้า
  • ใช้ User-Generated Content (UGC) กระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวหรือสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับร้าน แล้วนำมาแชร์ต่อ

5. การจัดการและการปรับตัวที่ต่อเนื่อง

  • ดูแลบริการหลังการขาย ตอบข้อซักถามเรื่องการจัดส่ง ติดตามสถานะพัสดุ ให้บริการที่เป็นมิตร เพื่อสร้างความประทับใจและได้รีวิวที่ดี
  • ศึกษาคู่แข่ง ดูว่าร้านค้าอื่นๆ ในหมวดสินค้าเดียวกันทำอะไรบ้าง ทั้งในแง่คอนเทนต์และโปรโมชั่น
  • เรียนรู้และปรับปรุง TikTok มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ศึกษาเทรนด์ใหม่ๆ ฟีเจอร์ใหม่ๆ และนำข้อมูลวิเคราะห์มาปรับปรุงกลยุทธ์อยู่เสมอ
  • โพสต์วิดีโอและไลฟ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ช่องมีความเคลื่อนไหวและเข้าถึงผู้ชมใหม่ๆ ได้ตลอด

จัดการออเดอร์และการจัดส่งให้มีประสิทธิภาพ ลดอัตราการยกเลิกสินค้า และสร้างความประทับใจให้ลูกค้า การนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ จะช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักบน TikTok ได้อย่างยั่งยืน

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขายบน TikTok Shop

ค่าธรรมเนียมบริการ (Service Fee) ที่เรียกเก็บโดย TikTok จากยอดขายที่ได้ โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมนี้จะคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าคำสั่งซื้อทั้งหมด (รวมค่าสินค้าและค่าจัดส่งที่ลูกค้าชำระ) ก่อนหักส่วนลดจากผู้ขาย แต่จะหักส่วนลดที่ TikTok ออกให้

การขายสินค้าบน TikTok Shop มีค่าใช้จ่ายหลักที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบ ดังนี้

ประเภทค่าใช้จ่ายรายละเอียดอัตรา/เงื่อนไข
ค่าคอมมิชชัน (Commission Fee)ค่าธรรมเนียมที่ TikTok Shop เรียกเก็บจากผู้ขาย โดยอัตราจะแตกต่างกันตามหมวดหมู่สินค้าและประเภทของร้านค้าร้านค้าทั่วไป: 5.35% – 6.42%ร้านค้า Mall: 5.35% – 8.56% ขึ้นอยู่กับหมวดหมู่สินค้า
ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อ (Transaction Fee)ค่าธรรมเนียมสำหรับการทำธุรกรรมชำระเงินผ่าน TikTok Shop (รวมค่าจัดส่งที่ลูกค้าชำระ)3.21% ของราคาคำสั่งซื้อ (รวม VAT)
ค่าจัดส่ง (Shipping Fee)ค่าจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้า โดยปกติผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบ แต่หากร้านเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรี อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เข้าร่วม (เช่น TTS 3% หรือไม่เกิน 199 บาทต่อออเดอร์)
ค่านายหน้า (Affiliate Fee)กรณีใช้ TikTok Affiliate ให้ครีเอเตอร์ช่วยโปรโมทสินค้า ผู้ขายต้องจ่ายค่านายหน้าให้กับครีเอเตอร์เริ่มต้นที่ 5% ของราคาสินค้า หรือมากกว่าตามที่ผู้ขายกำหนด

ทุกค่าธรรมเนียมจะถูกหักจากยอดขายหลังคำสั่งซื้อสำเร็จเท่านั้น

อัตราค่าคอมมิชชันจะแตกต่างกันตามหมวดหมู่สินค้าและประเภทของร้านค้า (Mall หรือทั่วไป) ควรตรวจสอบกับ TikTok Shop อีกครั้งสำหรับแต่ละหมวดหมู่ ค่าคอมมิชชั่นสำหรับร้านค้า TikTok Shop

ข้อควรระวัง นโยบาย และกฎเกณฑ์ที่ต้องรู้

การขายบน TikTok Shop มีนโยบายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ผู้ขายจำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ร้านค้าดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ป้องกันการถูกระงับการมองเห็น ถูกปิดร้าน หรือบทลงโทษอื่นๆ ที่เกิดจากการละเมิดนโยบาย การทำความเข้าใจกฎเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้

ข้อควรระวังและกฎเกณฑ์สำคัญที่ผู้ขายต้องรู้ มีดังนี้

  • สินค้าต้องห้ามและสินค้าควบคุม – ห้ามขายสินค้าผิดกฎหมาย สินค้าอันตราย สินค้าปลอม/ละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าสำหรับผู้ใหญ่ หรือสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก TikTok และสำหรับสินค้าควบคุม (เช่น อาหารบางประเภท เครื่องสำอาง ยา) อาจต้องมีใบอนุญาตหรือการรับรองเพิ่มเติม
  • ข้อมูลสินค้าและการสื่อสารที่ถูกต้อง – ต้องให้ข้อมูลสินค้า (คุณสมบัติ ราคา สต็อก) และโปรโมชั่นที่เป็นความจริง ไม่บิดเบือนหรือหลอกลวง รวมถึงการนำเสนอในวิดีโอและไลฟ์สดต้องไม่เกินจริง
  • การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา – ห้ามขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น และการใช้คอนเทนต์ (เพลง รูปภาพ วิดีโอ) ในร้านค้าและวิดีโอโปรโมทต้องได้รับอนุญาต
  • การจัดการคำสั่งซื้อ – ต้องจัดส่งสินค้าตามกำหนดเวลาที่ระบุในระบบ จัดเตรียมสินค้าให้ถูกต้องตามคำสั่งซื้อ และดำเนินการคืนเงิน/คืนสินค้าตามนโยบายการคืนสินค้าของ TikTok อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

การทำตามนโยบายและกฎเกณฑ์ของ TikTok Shop ช่วยให้ร้านค้าของคุณปลอดภัยจากการถูกลงโทษ แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าในสายตาของลูกค้า ทำให้พวกเขามั่นใจในการสั่งซื้อและมีประสบการณ์ที่ดีในการช้อปปิ้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนบนแพลตฟอร์ม

แนวโน้ม และเทรนด์ในอนาคตของ TikTok Seller

TikTok กำลังพัฒนาจากการเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงไปสู่การเป็นผู้แข่งขันหลักใน E-commerce อย่างเต็มรูปแบบ แนวโน้มในอนาคตสำหรับ TikTok Seller จะมุ่งเน้นไปที่การผสานรวมประสบการณ์การช้อปปิ้งเข้ากับคอนเทนต์อย่างแนบแน่นมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า “Shoppertainment” ผู้ขายจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึมและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วและความบันเทิงไปพร้อมกัน

เทรนด์สำคัญที่ผู้ขายควรจับตามองในอนาคต

  • Hyper-Personalization TikTok จะใช้ AI และอัลกอริทึมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในการแนะนำสินค้าให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้แต่ละคน ทำให้ผู้ขายที่มีสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche) มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น
  • Creator-Led Commerce การตลาดผ่านครีเอเตอร์จะยิ่งทวีความสำคัญ ระบบ Affiliate จะกลายเป็นช่องทางหลักในการสร้างยอดขาย ผู้ขายต้องหันมาสร้างพันธมิตรกับครีเอเตอร์มากขึ้น
  • Interactive Live Shopping การไลฟ์สดจะพัฒนาให้มีความน่าสนใจและมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น เช่น การใช้ AR ลองสินค้าเสมือนจริง หรือฟีเจอร์การประมูล/การเล่นเกมระหว่างไลฟ์
  • Seamless Checkout ประสบการณ์การซื้อจะถูกทำให้ง่ายและรวดเร็วที่สุด เพื่อลดขั้นตอนและกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ทันทีภายในแอป

อนาคตของ TikTok Seller คือการสร้างประสบการณ์การซื้อที่เข้าถึงได้ง่าย มีความดึงดูดสูง ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จจะไม่ใช่แค่คนที่ขายสินค้าเก่ง แต่ต้องเป็นนักเล่าเรื่องที่สามารถสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เข้าใจการใช้ข้อมูล และปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ บนแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว

สรุป TikTok Seller สำหรับคนขายของออนไลน์ยุคใหม่

ถ้าบอกว่า TikTok Seller ไม่ใช่แค่ช่องทางการขายแบบเดิมแล้ว สำหรับผู้ขายออนไลน์ยุคนี้ มันคือการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการขายจากการเน้นที่การค้นหา (Search-based) มาสู่การเน้น การค้นพบ หรือ (Discovery-based) ผ่านคอนเทนต์วิดีโอสั้น สำหรับผู้ขายยุคใหม่ นี่คือโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวนำ

การเริ่มต้นเป็น TikTok Seller นั้นไม่ใช่เรื่องยากตามขั้นตอนที่ได้กล่าวมา สิ่งสำคัญคือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดึงดูด การใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แพลตฟอร์มนี้พร้อมแล้วสำหรับคนที่กล้าจะก้าวเข้ามาคว้าโอกาสและสร้างรายได้ในยุคดิจิทัลนี้


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ – Shopify คืออะไร? คู่มือเริ่มต้น Shopify สำหรับมือใหม่ร้านค้าออนไลน์

share :